Thursday, September 18, 2008

Cal-endar Evaluation

The following post is part of the CPE 495 Human-Computer Interaction Idea Log.

เล่นๆ ไป ก็นึกถึงพวกโปรแกรมจัดการเวลาต่างๆ มันมีเยอะ ตั้งแต่บนมือถือ PDA โน๊ตบุค PC ยันเว็บอย่าง Facebook ก็มีทั้งนั้น แต่แทบไม่ได้ใช้เลย จริงๆ ก็เห็นประโยชน์ของมันนะ แต่อย่างว่าเวลานัดอะไรไว้ ก็ชอบจำๆ เอา ขี้เกียจจิ้มเข้าไป ยากเกิน แต่ถ้าเกิดงานเข้าเยอะ อาจจะต้องหาโปรแกรมเทือกนี้ช่วยสับรางซะหน่อย ฮ่าๆๆ

ว่าไปก็ชอบนะ ใน Facebook กับการทำ Event ขึ้นมาแล้ว Invite คนโน้นคนนี้ มันง่ายดี ถ้าจะไปงานไหน ก็แค่ตอบตกลง มันก็เข้ามาในตารางเราเรียบร้อย ไม่ต้องกรอกอะไรเพิ่มเติมให้ยุ่งยาก

ส่วนโปรแกรมที่ว่านี้ ก็อารมณ์ทำนองเดียวกัน เป็นประมาณ Social Calendar ที่สามารถแจ้งตารางนัดหมายเป็นกลุ่มๆ คล้ายๆ Groups บน Social Network ที่เห็นกันอยู่ทุกวัน

ที่เด่นหน่อย คงเป็นการทำงานบนมือถือ เพราะเรื่องนี้สำคัญ ถ้าจะเน้นเรื่องตารางเวลา ตัวจัดการควรพกไปด้วยตลอด ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ได้เรียบร้อยเลย

ที่เอะใจนิดนึงคือเวลาเข้ามาในโปรแกรม จะเจอหน้าจออารมณ์ At a glance ซึ่งก็ดีแล้ว แต่ข้างล่างจะมี More... ที่ดูแล้ว เหมือนจะกดได้ แต่เอ๊ะ นี่มันไม่ใช้หน้าจอสัมผัส แล้วพอกดเมนูขึ้นมา ก็ไม่เห็นจะมีตัวเลือก My Events กับ My Messages ให้ดูแบบเหมารวมเลย ถ้าเพิ่มเข้ามาหน่อยก็อาจจะดี (หรือว่ายังไม่เข้าใจอารยธรรมของโปรแกรม ก็ไม่รู้เหมือนกัน)

อีกอย่างคือตรง OK กับ Cancel (พวกหน้า New Event / Send Message) ทำซะเหมือนปุ่มกดในคอมอีกละ จริงๆ อันนี้พอเข้าใจว่าใช้ปุ่ม Navigation เลื่อนไปเลือกไว้ได้ แต่ถ้าเลือกจากปุ่ม Menu ไปเลย จะไม่ง่ายกว่าเหรอ อาจจะให้ OK เป็นปุ่มอเนกประสงค์ข้างซ้าย ส่วน Cancel ก็ลูกศรที่อยู่ข้างล่าง น่าจะเข้าใจได้ง่ายเหมือนกัน

สุดท้ายๆ หน้า Find Meeting Time ตัวเล็กเกิน น่าจะปรับให้เหมาะกับมือถือมากกว่านี้หน่อย กรอกอะไรตั้งมากมาย ถ้ามันใช้ไม่หมด ก็เลือกแสดงเฉพาะกลุ่มจะดีกว่า แล้วให้ตัวใหญ่ๆ ด้วย (ปกติชอบตัวเล็กเหอะ เก๋ๆ เหลือที่หายใจเยอะดี แต่อันนี้รับไม่ได้จริงๆ)

ปล. สำหรับคนที่อ่านแล้วงง โทษที ไม่ได้แปะรูป กลัวแปะ Flikr ไปแล้วมีคนงงว่ารูปอะไรวะ

Thursday, September 04, 2008

WALL-E

The following post is part of the CPE 495 Human-Computer Interaction Idea Log.

ไปดู WALL-E มาอ่า น่ารักดีนะ ตลกดี คนนี้ก็อ้วนกันหมดเลย สมัยนี้ก็จะอย่างนั้นอยู่แล้วนะ ไม่ต้องนั่งรถก็จะไม่ลุกไปไหนกันอยู่แล้ว

ว่าแล้วคงน่าเบื่ออ่า อยู่บนยานอวกาศเดิมๆ เกือบพันปี เหมือนไม่มีอะไรพัฒนาเลย มีแค่อาหารนี่แหละ สุ่มสูตรกับชื่อขึ้นมาเปล่าก็ไม่รู้ กร๊าก ว่าแล้วก็หิว

อืม ดู WALL-E แล้วเห็นการคิดของหุ่นยนต์ มันก็เหมือนคนเลยนะ อาจจะต่างบ้างตรงไม่ขี้เกียจเหมือนคน (เปล่าวะ) เหอะๆ

ถ้าจะพัฒนาหุ่นยนต์ไปถึงจุดนั้นได้ คงยาก ไม่รู้จะต้องพึ่งพาเซลล์ชีวภาพรึเปล่า เพราะการเรียนรู้ และเข้าใจอารมณ์มนุษย์มันซับซ้อน แล้วดูดิ พอเรียนรู้ได้ ก็สามารถหลอกลวง ปกปิด ทำอะไรได้ต่างๆ นานา กลายเป็นหัวข้อยอดฮิตของ Sci-fi Thriller ใหม่ๆ ไหนจะปัญหาการซึมซับอารมณ์ผิดๆ ของมนุษย์ แล้วไหนจะปัญหาการทำงานบนกฏกติกาที่แต่แล้วเกิดช่องโหว่ทางศีลธรรม เป็นหายนะขึ้นอีกที

ก็เลยเป็นจุดลังเลของการพัฒนา AI ไม่ว่าจะทางชีวะหรือด้วยชุดคำสั่งล้วนๆ คงต้องรอต่อไปว่าจะมีใครตั้งกฏแห่งชีวิตที่สามารถใช้เป็นหลักการเรียนรู้ของหุ่นยนต์ได้หรือเปล่า "เพื่อสันติสุขของโลกอันสวยงาม"

คือถ้าหุ่นยนต์มันมีอารมณ์/คิดเองได้นะ ก็คงเรียกได้ว่าก้าวหน้าไปมาก ไม่ต้องคอยควบคุมการทำงาน ปรับนู่นเปลี่ยนนี่ มันจะเรียนรู้ของมันเองได้ ซ่อมตัวเองยังได้เลย

และแล้ว มันก็จะมีความรักได้ เหมือนทุกอย่างจะดีสินะ แค่ไม่ให้มันคิดร้ายก็พอ (แล้วจะสอนมันยังไงล่ะ ขนาดคนยังสอนไม่ได้เลย) เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาโลกแตกต่อไป

ว่าแต่ว่าชอบมากคือเส้นวิ่งของหุ่นยนต์ ที่เวลามีการทำงานใหม่เกิดขึ้น จะมีเส้นถูกตีขึ้นมาที่พื้นให้หุ่นยนต์วิ่งตาม ถือเป็นรายละเอียดที่เก๋ดี (มีการกระโดดออกนอกเส้นด้วยอ่า ฮ่าๆ)