Tuesday, January 27, 2009

'Big Love' Earphone Jacks

HBO Audio Mural Installations

เก๋ดีอ่า: ทุกคนมีเรื่องซ่อน

รายการของ HBO เรื่อง Big Love เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวสลับคู่ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความลับและการโกหก เพื่อการโปรโมท บริษัทโฆษณา BBDO, New York จัดทำป้ายโฆษณารูปคนทั่วไป ซึ่งไม่ใช่ตัวละครในเรื่อง แต่มาพร้อมช่องเสียบหูฟังบริเวณหัว คนเดินผ่านจะสามารถใช้หูฟังที่มีอยู่แล้ว หรือที่แจกจ่ายในบริเวณนั้น เพื่อเสียบเข้าช่องต่างๆ แล้วฟังความคิดของบุคคลนั้นๆ ความคิดเหล่านี้มีตั้งแต่เรื่องติดเหล้า ติดพนัน จนถึงหนุ่มร่างท้วมที่สวมสเตย์ และหญิงสาวที่แอบเกลียดลูกตัวเองเพราะมันพังชีวิตเธอ ทั้งหมดมี 50 ป้ายและ 70 ความลับ

Saturday, January 24, 2009

เทศกาลงานเผา

มันมาอีกแล้ว ช่วงเวลานั้นของปี ดูเหมือนธีร์จะยังไม่รู้สึกถึงฤทธิ์ของมันเท่าไหร่นัก ถึงจะมีกำหนดส่งเปเปอร์อันยังไม่ได้เขียนในเร็ววันข้างหน้านี้ก็เถอะ แต่คงเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังไม่ขาดสายของเพื่อนๆ ร่วมชะตากรรมเดียวกันในการปั่นงานส่งก่อนปิดภาคเรียน เลยรู้สึกว่าได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในหลากหลายคณะในนานามหาวิทยาลัย เพราะแน่นอนงานของเขาต้องสนุกกว่างานของเรา

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ก็ได้เวลาแล้วที่จะหันมาปั่นงานของตัวเอง เริ่มด้วยการเขียนเปเปอร์ส่งงาน JCSSE 2009 เพราะถึงแม้จะมองว่าโปรเจคที่กำลังทำอยู่นั้นไม่ค่อยบัลลือโลกนัก อาจารย์คงเล็งเห็นประกายเม็ดเพชรอันฝังลึกในแก่นของงาน เป็นเหตุให้งานเข้าในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยไม่อาจไปดิ้นได้ที่ใดนอกจากหน้าคอมของตนเอง

เลยขอเกริ่นถึงโปรเจคจบมหาโหดที่เลื่องลือกันตั้งแต่เมื่อคราวยังหน้าใส ว่าเป็นงานในรูปแบบศิลปะปฏิสัมพันธ์

ศิลปินบางกลุ่ม มักไม่ต้องการให้ข้อกำจัดของชุดคำสั่งตีกรอบจินตานาการและความต้องการทางศิลปะ แต่เหนือไปกว่านั้น มักลงมือพัฒนาชุดคำสั่งเพื่อทลายกำแพงนั้นและเปิดช่องทางทัศนศิลป์ใหม่ๆ ด้วยตนเอง เรียกได้ว่าบุคคลเหล่านี้เคยจัดเป็นแกะดำของระบบวิชาการที่มักจะสร้างเส้นแบ่งอันชัดเจนระหว่างวิทย์และศิลป์ กระทั่งปัจจุบัน ยุคสมัยแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศและจินตนาการของสังคมที่ถูกเชื่อมต่อ ก่อให้เกิดการรุกล้ำเขตแดนวิทยาศาสตร์ด้วยงานออกแบบซึ่งแหกกฎศิลปินเดิมๆ

ผู้เขียนต้องขออภัยศิลปินแขนงอื่นๆ ไว้ ณ ที่นี้ก่อนกล่าวว่า ศิลปะแห่งยุคสมัยปัจจุบัน ไม่อาจหนีพ้นคำว่า “ปฏิสัมพันธ์” นั้นก็ด้วยเหตุที่เหลือ เพียงเส้นแบ่งขุ่นๆ ระหว่างวิทยาศาสตร์และศิลปะ เทคโนโลยีได้รุกล้ำเข้ามามีส่วนร่วมในชิ้นงานทางศิลปะอย่างมหาศาล และในยุคสมัยที่มุ่งให้ทุกข้อจำกัดอยู่แค่เพียงจินตนาการนั้น สมควรแล้วที่งานศิลปะจะสามารถหลอมรวมความคิดจากแหล่งที่หลากหลาย โดยไม่อาจเป็นเพียงจินตนาการของศิลปินและผู้ร่วมปฏิสัมพันธ์เท่านั้น แต่ข้อมูลวัตถุซึ่งมีความแปรเปลี่ยนอยู่ตลอด ก็สามารถมาร่วมแสดงตนในรูปแบบที่แตกต่าง นับได้ว่าศิลปะบัดนี้คือศิลปะซึ่งแปรเปลี่ยนทุกๆ สัญญาณนาฬิกาด้วยตัวแปรแห่งชุดคำสั่ง

ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน สะพานระหว่างสมองซีกสร้างสรรค์และซีกคำนวณถูกพัฒนาต่อประสานไปมาก และได้เปิดโอกาสให้กลุ่มบุคคลใหม่ๆ ได้ร่วมแสดงความสร้างสรรค์ในการออกแบบและคำนวณชิ้นงานศิลปะด้วยเทคโนโลยี รวมถึงเป็นเหตุผลและที่มาของโครงงานนี้ ซึ่งผู้จัดทำต้องการสร้างจุดหลอมระหว่างความคิดทางการออกแบบชุดคำสั่งซึ่งอาศัยการคิดคำนวณ และความคิดทางการออกแบบงานศิลปะซึ่งอาศัยจินตนาการอันสร้างสรรค์ เพ่ือร่วมแสดงความเป็นเอกภาพของทั้งสองซีก

อันที่จริงแล้วอยากเอางานเท่าที่ทำมามาแปะไว้ให้ดู แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบ ยังหาทางส่งออกมาในรูปแบบ Applet ที่ใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบไม่ได้ จึงต้องทิ้งเพียงโปสเตอร์ Proposal ไว้เท่านี้ก่อน

Senior Project Poster

Friday, January 02, 2009

OLPC

พอดีวันก่อนเห็นโฆษณาของ OLPC เลยเอามาแปะ ก็ดีนะ นำแสดงโดย John Lennon 28 ปีหลังจากที่เขาเสียชีวิต เห็นว่าใช้วิธีตัดต่อคำพูดจากบทเพลง



คือว่าสนใจโครงการนี้มานานแล้ว คิดแล้วมันดีนะ ที่ออกแบบเครื่องคอมพิวเตอร์ในงบประมาณจำกัดแบบนี้ เพื่อแจกจ่ายให้ประเทศกำลังพัฒนา เป็นวิธีจุดประกายความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของเด็กด้อยโอกาสที่น่าเห็นผลได้ชัด เพราะเชื่อเลยว่าเด็กหลายๆ คน ปัญญา/ความคิดเขาอาจจะดีกว่าเราหลายๆ คนก็ได้ แต่ขาดอุปกรณ์เพื่อการเรียนรู้และแสดงออก ก็เป็นวิธีช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง และนอกจากจะช่วยเหลือเด็กๆ แล้ว ยังช่วยให้โลกของเราก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กับมันสมองอันสดใสที่ผุดเพิ่มมาอีกเท่าตัว

อีกอย่างที่น่าสนใจ คือโครงการนี้เป็นมูลนิธิไม่หวังผลกำไร เงินทุนทั้งหมดก็มาจากการบริจาค โฆษณานี้เองก็จะต้องได้รับการอนุเคราะห์จากสถานีต่างๆ สำหรับวิธีซื้อคอมพิวเตอร์ก็น่าสนใจ เพราะสามารถซื้อได้ในราคาสองเท่า โดยเราจะได้รับเครื่องหนึ่ง ส่วนอีกเครื่องจะไปเป็นของน้องๆ ซักคนในประเทศกำลังพัฒนา แล้วทั้งๆ ที่จ่ายไปในราคาเท่าตัว ราคายังคงต่ำมากๆ เพราะทุกบาททุกสตางค์คือต้นทุนของเครื่องเครื่องหนึ่ง แล้วอีกร้อยละร้อยนั้น มันคงน้อยไปกว่าผลกำไรของบริษัทยักษ์ใหญ่แน่นอน